สุดเศร้า! สามีร่ำไห้อำลาภรรยาถูกฟ้าผ่าดับกลางทุ่งนา เผยคำพูดสุดท้ายก่อนจากกันตลอดกาล
สุดเศร้า! สามีร่ำไห้อำลาภรรยาถูกฟ้าผ่าดับกลางทุ่งนา เผยคำพูดสุดท้ายก่อนจากกันตลอดกาล
ข่าวสังคม - โซเชียล

สุดเศร้า! สามีร่ำไห้อำลาภรรยาถูกฟ้าผ่าดับกลางทุ่งนา เผยคำพูดสุดท้ายก่อนจากกันตลอดกาล

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลย์รักษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต ภายในพื้นที่บ้านนายม หมู่ 4 ตำบลดอนกลอย อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี จึงเร่งรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง นอนคว่ำหน้าอยู่กลางทุ่งนา สวมเสื้อสีเทา กางเกงวอร์มขายาว และรองเท้าบูท ทราบชื่อต่อมาคือ นางอรอนงค์ หรือ “คาร” อายุ 57 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ โดยมีสามีนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ร่างด้วยความโศกเศร้า

จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า ขณะที่ญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต จึงมอบร่างให้นำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณี

ต่อมา ญาติได้นำร่างของนางอรอนงค์ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัดเจริญพัฒนาราม บ้านนายม หมู่ 4 โดยมีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและช่วยเหลืองานศพอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศภายในศาลาวัดเต็มไปด้วยความเศร้า โดยเฉพาะช่วงที่นายโสภา มาป้อง อายุ 60 ปี สามีของผู้เสียชีวิต จุดธูปเคารพหน้าศพ พร้อมกล่าวอำลาภรรยาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“เฒ่าเอ้ย ไปดีมีสุขเด้อ ไม่ต้องห่วงลูก ไม่ต้องห่วงอีหยังอีกแล้ว ต่อจากนี้สิเป็นหน้าที่ของอ้ายที่สิคอยเบิ่งแยงลูกเอง เจ้าไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์เด้อ”

พร้อมทั้งกล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่คิดว่าจะต้องจากกันกะทันหันเช่นนี้ หากภรรยาเจ็บป่วยตนยังพอทำใจได้ แต่การสูญเสียจากเหตุฟ้าผ่ากลับเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ โดยเฉพาะในช่วงที่ครอบครัวยังมีภาระต้องดูแลลูกชายบุญธรรมซึ่งพิการและป่วยติดเตียง

นายโสภา เล่าว่า ตนและภรรยาได้ย้ายจากในหมู่บ้านมาปลูกเถียงนาและใช้ชีวิตอยู่กลางทุ่งนาประมาณ 1-2 ปี เพื่อดูแลฝูงวัวและลูกชายบุญธรรมวัยเกือบ 40 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุจนตาบอดทั้งสองข้างและกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานเกือบ 20 ปี

ก่อนเกิดเหตุ ตนสังเกตเห็นท้องฟ้ามืดครึ้มคล้ายฝนจะตก จึงเตือนภรรยาว่าอย่าเพิ่งออกไป แต่ภรรยายืนยันว่าจะไปดูกล้าข้าวเพียงครู่เดียว พร้อมฝากให้ช่วยดูแลลูกชายและฝูงวัว ซึ่งกลายเป็นคำพูดสุดท้ายก่อนจากกันตลอดกาล

หลังจากภรรยาเดินออกไปท่ามกลางสายฝน ขากลับได้เลือกเดินอ้อมคันนา เนื่องจากมีชาวบ้านกำลังฉีดยาฆ่าหญ้าอยู่ และผู้ตายมีอาการแพ้สารเคมีอย่างรุนแรง จึงหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

ระหว่างที่ตนกำลังดูแลลูกชายอยู่บนเถียงนา ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นเพียงครั้งเดียว ก่อนสังเกตเห็นรูปถ่ายของภรรยาที่วางอยู่หลังตู้เย็นหล่นลงมากระแทกพื้น ทั้งที่ไม่เคยตกมาก่อน แต่ขณะนั้นไม่ได้เอะใจ และยังพูดหยอกกับลูกชายว่า “แม่แกไปเมาเบียร์อยู่ไส ทำไมป่านนี้ยังบ่กลับ”

กระทั่งฝนเริ่มซา น้องเขยได้รีบวิ่งมาบอกข่าวร้ายว่าภรรยาถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต ตนจึงรีบวิ่งไปดู ก่อนพบร่างของภรรยานอนเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนาของตนเอง สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ วันเกิดเหตุผู้ตายไม่ได้พกโทรศัพท์มือถือหรือทรัพย์สินมีค่าติดตัวไป เนื่องจากเป็นคนที่กลัวฟ้าผ่าอยู่แล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุสลดขึ้นกับตนเอง

นายโสภา ยังเปิดเผยอีกว่า ญาติ ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน และสัปเหร่อ ได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับการจัดการศพ โดยยึดตามความเชื่อโบราณของชาวบ้านที่เชื่อว่าผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ จึงจะยังไม่ประกอบพิธีฌาปนกิจในทันที แต่จะนำร่างไปฝังดินไว้ก่อนประมาณ 3-5 ปี ก่อนนำขึ้นมาประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณีที่สืบทอดกันมาในชุมชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ