วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม โดยก่อนเริ่มการประชุม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่านายกมลศักดิ์ได้ยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการเนื่องจากมีความกังวลว่าการดำเนินคดีในปัจจุบันอาจไม่สามารถสืบสวนไปถึงตัวผู้บงการได้ ทางคณะกรรมาธิการจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักถาม

โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่เคยระบุว่าเป็นปืนเถื่อน แต่ภายหลังกลับพบข้อมูลว่าเป็นอาวุธปืนของจ่าสังกัดกองทัพเรือ และมีร่องรอยการถูกแก้ไขหรือทำลายสภาพ จึงเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดอาวุธปืนของทางราชการที่ชำรุดเสียหายจึงถูกนำมาใช้ก่อเหตุ และยังมีข้อมูลว่ามีการทำลายอาวุธในลักษณะนี้อีกเป็นจำนวนมาก คณะกรรมาธิการจึงต้องการตรวจสอบว่าปืนที่มอบให้กองทัพถูกจำหน่ายไปที่ใด และปืนอีกกระบอกมีที่มาอย่างไร เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้กรอบกฎหมายตามที่นายกมลศักดิ์มีความกังวล

ขณะที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ระบุถึงสาเหตุที่ต้องมาร้องต่อคณะกรรมาธิการว่า เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยานพาหนะที่ใช้เป็นของหน่วยงานรัฐ และอาวุธปืนก็มีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐ ทำให้ตนเกิดความไม่สบายใจและมีคำถามว่าฝ่ายสืบสวนสอบสวนอาจยังทำงานไม่ถึงที่สุดในการหาตัวผู้บงการ ทั้งที่ลักษณะการก่อเหตุมีการวางแผนมาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่น่าจะมีเพียงผู้ก่อเหตุที่ถูกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วเท่านั้น ตนจึงต้องการฟังความชัดเจนจากการชี้แจงของหน่วยงานต่าง ๆ

ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าของคดีปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ที่มีการวางแผนล่วงหน้าหลายเดือน ซึ่งตนทราบมาว่าข้อมูลดังกล่าวจะมีการลบอัตโนมัติภายในระยะเวลา 3 เดือน หากกระบวนการล่าช้าหรือขาดความจริงใจจะทำให้ไม่สามารถสืบสาวถึงความจริงได้ โดยนายกมลศักดิ์ย้ำว่าตนเองไม่ได้กลัวว่าคดีจะเงียบหาย แต่มีความกังวลว่าจะเกิดการตัดตอนกระบวนการยุติธรรมเพื่อไม่ให้ถึงตัวผู้บงการ
