เปิดปม กสทช. เตือน น็อต วรฤทธิ์
เปิดปม กสทช. เตือน น็อต วรฤทธิ์
ข่าวบันเทิง

เปิดปม กสทช. เตือน น็อต วรฤทธิ์

ฟังข่าวนี้

เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ครอบครัว 'เฟื่องอารมณ์' ได้มาเยือนรายการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 โดยมี 'น็อต วรฤทธิ์' พร้อมภรรยา 'แจน นพลักษณ์' และลูกสาว 'น้องวิตา' ร่วมพูดคุยถึงชีวิตส่วนตัวและความผูกพันในครอบครัว รวมถึงประเด็นดราม่าที่ต้องเผชิญมาโดยตลอด

นายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ ได้กล่าวถึงประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่ารายการไม่เป็นกลางในการทำหน้าที่ ว่าไม่ทราบว่าหมายถึงเทปใด แต่ยืนยันว่ารายการมีความเป็นตัวตนของตัวเอง และการตัดสินใจว่ากลางหรือไม่กลางขึ้นอยู่กับผู้ชม พร้อมย้ำว่าทุกคนมีวิจารณญาณในการรับชม และทีมงานจะยังคงทำหน้าที่ต่อไป

เมื่อย้อนถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงฤดูกาลหาเสียงที่ผ่านมา นายวรฤทธิ์ยอมรับว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ และมองว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นพิธีกร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้คนให้ความสนใจเรื่องการเมือง ซึ่งมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ตนเองได้ทำความเข้าใจและคุ้นชินกับเรื่องราวเหล่านี้แล้ว

ด้านนางนพลักษณ์ เฟื่องอารมณ์ ได้เปิดเผยถึงผลกระทบจากกระแสดราม่าที่ลุกลามไปยังธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวของครอบครัว โดยมีการรีวิวให้หนึ่งดาวจากบัญชีผู้ใช้งานที่ไม่ระบุตัวตน พร้อมแสดงความคิดเห็นในเชิงลบโดยไม่ทราบว่าเคยมาใช้บริการจริงหรือไม่ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวได้คลี่คลายลงแล้ว

นางนพลักษณ์เล่าว่าในช่วงแรกตนเองรู้สึกเครียดและจิตตกเมื่ออ่านความคิดเห็นเชิงลบ แต่ได้รับพลังบวกจากคนรอบข้างและเลือกที่จะปล่อยผ่าน โดยคิดว่าเป็นการเป็นที่ระบายอารมณ์ให้ผู้อื่น ซึ่งนายวรฤทธิ์เสริมว่าช่วงแรกภรรยาเครียด แต่ตอนนี้เริ่มชินแล้ว และบางครั้งตนเองก็เป็นฝ่ายที่เครียดแทน อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปคือความตั้งใจในการทำมาหากิน และสิ่งที่ถูกกล่าวหาหลายครั้งก็ไม่เป็นความจริง

สำหรับเรื่องของ 'น้องวิตา' ลูกสาววัย 7 ขวบ ปัจจุบันเรียนหนักถึง 6 วันต่อสัปดาห์ โดยเรียนทั้งร้องเพลง เปียโน ยิมนาสติก ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งนางนพลักษณ์ชี้แจงว่าเป็นการเรียนเสริมทั้งวิชาการและสันทนาการ ส่วนนายวรฤทธิ์มองว่าอยากให้ลูกได้ลองเรียนหลายๆ อย่างในช่วงวัยเด็ก เพื่อให้ค้นพบสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ โดย 'น้องวิตา' เผยว่าชอบยิมนาสติกและภาษาจีนมากที่สุด แต่ยังไม่สนใจที่จะเล่นละครเหมือนคุณพ่อ

นายวรฤทธิ์ยังได้กล่าวถึงเส้นทางอาชีพนักแสดงของตนเองว่าในปีที่ผ่านมามีงานละครเพียง 2 ตอน ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของวงการบันเทิง ทำให้งานลดลงเกือบ 90% แต่เนื่องจากได้เตรียมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้ล่วงหน้า จึงได้หันมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งในช่วงที่ไม่มีงานละคร ทำให้มีเวลาไปดูแลธุรกิจใหม่นี้อย่างเต็มที่ และปัจจุบันได้ผันตัวมาสู่การไลฟ์สดขายของได้ประมาณ 6-7 เดือนแล้ว โดยชักชวนนักแสดงคนอื่นๆ มาร่วมทีมเพื่อต่อยอดในการหาลูกค้าอีกด้วย

เมื่อถูกถามถึงแผนการมีบุตรคนที่สอง ทั้งคู่ยืนยันว่าวางแผนที่จะมีบุตรเพียงคนเดียว เพื่อทุ่มเทให้ 'น้องวิตา' ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ