ติณติณ-ฟารีดา ตรวจ DNA เรียบร้อยแล้ว!
ติณติณ-ฟารีดา ตรวจ DNA เรียบร้อยแล้ว!
ข่าวบันเทิง

ติณติณ-ฟารีดา ตรวจ DNA เรียบร้อยแล้ว!

ฟังข่าวนี้

จากกรณีที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของนักร้องหนุ่ม ติณติณ นิวคันทรี่ และ ฟารีดา ที่มีประเด็นเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการพิสูจน์สิทธิ์ความเป็นบิดาของเด็กในครรภ์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ทั้งสองฝ่ายได้เดินทางเข้ารับการตรวจพิสูจน์ DNA ณ คลินิกแห่งหนึ่งย่านวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยและหาข้อสรุปของเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้ ติณติณ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ โหนกระแส โดยเปิดเผยว่า หากผลการพิสูจน์ยืนยันว่าเด็กในครรภ์เป็นบุตรของตนจริง ก็พร้อมที่จะรับผิดชอบและดูแลอย่างเต็มที่ในฐานะบิดา

ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ติณติณ ได้เดินทางมายังคลินิกพร้อมกับคุณพ่อ คุณแม่ และเพื่อนสนิท เพื่อเข้ารับการตรวจตามขั้นตอนที่กำหนด โดยมีทนายความร่วมสังเกตการณ์และดูแลกระบวนการทางกฎหมายอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ฟารีดา ได้เดินทางมาถึงคลินิกในเวลาต่อมา และได้ตัดสินใจลงจากรถเพื่อเข้ารับการตรวจในเวลาประมาณ 08.45 น. ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนที่มารอติดตามสถานการณ์

ทางด้านคลินิกผู้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ได้แจ้งว่า ผลการตรวจ DNA จะใช้ระยะเวลาประมาณ 10-14 วันทำการ จึงจะสามารถยืนยันผลได้อย่างเป็นทางการและแจ้งให้คู่กรณีทราบ

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจ ฟารีดา ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนเองมีความพร้อมและไม่ได้รู้สึกกังวลใดๆ พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่นถึงความเชื่อมั่นในผลการตรวจที่จะออกมา โดยกล่าวว่า "หนูมั่นใจ 100% ว่าติณติณเป็นพ่อของเด็ก" นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยว่า ทราบเพศของบุตรแล้วว่าเป็น "ลูกสาว" พร้อมทั้งขอร้องให้สังคมแยกเรื่องของเด็กออกจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องบุตรของตนเอง

ช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ ฟารีดา ถึงกับหลั่งน้ำตาเปิดใจถึงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตและภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร โดยยอมรับว่า หลังจากเกิดกระแสข่าว ชีวิตของตนได้รับผลกระทบอย่างมาก จึงอยากขอความเห็นใจจากสังคมและโอกาสในการกลับไปทำงานอีกครั้ง เพื่อหารายได้สำหรับค่าใช้จ่ายในการคลอดและการดูแลบุตรในอนาคต

ฟารีดา ยังระบุอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญ โดยสิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดคือการระมัดระวังและไม่ควรไว้วางใจคนรอบตัวมากจนเกินไป และในอนาคตมีแนวคิดที่จะย้ายไปใช้ชีวิตและเลี้ยงดูบุตรในต่างประเทศ หากทุกอย่างคลี่คลายลงและสถานการณ์เอื้ออำนวย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ