วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 สำหรับกลุ่มผู้ลงทะเบียนรายใหม่และกลุ่มผู้ที่ตกหล่นจากการลงทะเบียนเมื่อปี 2565
โดยระบุว่า ทางกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะดำเนินการเร่งสำรวจข้อมูลของประชาชนที่ยังไม่ได้รับสิทธิ ผ่านทางฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการเก็บรวบรวมและลงทะเบียนข้อมูลของประชาชน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 2 เดือน ก่อนที่จะส่งมอบข้อมูลให้กระทรวงการคลังนำไปตรวจสอบคุณสมบัติและพิจารณาสิทธิตามหลักเกณฑ์ของโครงการฯ ปี 2569 โดยจะใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เป็นฐานข้อมูลหลักในการคัดกรองผู้มีสิทธิ
สำหรับประชาชนผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาและได้รับสิทธิ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการรับสิทธิได้เช่นกัน
คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รายใหม่
- ผู้ที่มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มดังต่อไปนี้ ได้แก่
- ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
- บุคคลที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ของรั
- นักเรียน นักศึกษา
- ข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- รวมถึงจะต้องไม่เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกินกว่า 100,000 บาทต่อปี
- ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
- ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
- ผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
- ผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและมีการชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป ตลอดจนผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
นอกจากนี้ ผู้ลงทะเบียนจะต้องมีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี, ไม่มีบัตรเครดิต, ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท และต้องไม่มีเงินฝากหรือสลากออมทรัพย์รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี
ทางด้านเงื่อนไขการถือครองทรัพย์สิน ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือหากมีก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยห้องชุดรวมทุกแห่งจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถวรวมทุกแห่งจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
ในกรณีที่เป็นเกษตรกร จะต้องมีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จะต้องมีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
ขณะเดียวกัน จะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้นรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี, รถยนต์สามล้อ, รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถเพื่อการเกษตร ซึ่งจะสามารถอนุญาตให้ถือครองได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
สำหรับการประกาศผลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ทางผู้ลงทะเบียนจะสามารถเริ่มตรวจสอบผลได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง, แอปพลิเคชันทางรัฐ, เว็บไซต์ของโครงการ และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง
ในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่าได้รับสิทธิ ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่จะต้องทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ภายในระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ไปจนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง
ส่วนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องทำการยืนยันตัวตนใหม่อีกครั้ง ในขณะที่ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ทุกคนมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
กรณีที่มีการมอบอำนาจเพื่อใช้สิทธิ ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือสิทธิรายเดิมหรือผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ จะต้องไปดำเนินการยืนยันตัวตนที่ธนาคารผู้รับลงทะเบียนเท่านั้น
ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ดำเนินการยืนยันตัวตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับประชาชนผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ จะสามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาได้ในระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านทุกช่องทางที่มีการเปิดรับลงทะเบียน พร้อมทั้งสามารถแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569
โดยทางโครงการจะทำการประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ผ่านทางเว็บไซต์โครงการ, แอปพลิเคชันเป๋าตัง, แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง