เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 ร.ต.อ.หญิง มาลัยพร อายุยืน รอง สว.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา ได้รับแจ้งจาก น.ส. เปรี้ยว (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี รองนางสาวไทยภูเก็ต คนที่ 2 หลังอ้างว่าถูกชายอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของล้งทุเรียนชื่อดังในพื้นที่ และเป็นผู้ให้การสนับสนุนการประกวดนางงาม ลวงพาเข้าห้องพักโรงแรม ก่อนพยายามก่อเหตุข่มขืน โดยผู้เสียหายต่อสู้ป้องกันตัวจนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ขณะที่ผู้ก่อเหตุหลบหนีไป
เหตุเกิดภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง โดย เปรี้ยว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาจังหวัดระยอง เพื่อเข้าพบและขอบคุณผู้สนับสนุนการประกวดนางงามหลายราย หลังจากก่อนหน้านี้ เพิ่งได้รับตำแหน่งรองนางสาวไทยภูเก็ต คนที่ 2 จากการประกวดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา รวมทั้งยังเคยได้รับตำแหน่งขวัญใจช่างภาพเวทีมิสยูนิเวิร์สตะวันออก ที่จังหวัดจันทบุรี

ผู้เสียหายระบุว่า ชายผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน ได้จัดหาห้องพักโรงแรมไว้ให้ เนื่องจากผู้เสียหายมีภารกิจเดินทางไปถ่ายโฆษณาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง และเตรียมเดินทางไปประกวดต่อที่จังหวัดนครราชสีมาในวันรุ่งขึ้น จึงไม่ได้ระแวง เนื่องจากเป็นผู้ใหญ่ที่เคยให้การสนับสนุนมาโดยตลอด
กระทั่งช่วงเกิดเหตุ ขณะที่ผู้เสียหายกำลังอาบน้ำอยู่ภายในห้องพัก ผู้ต้องหาได้ดื่มเบียร์อยู่ในห้อง ก่อนถอดเสื้อผ้าบุกเข้าไปในห้องน้ำและพยายามจะข่มขืน ผู้เสียหายจึงใช้ทักษะนักมวยไทยต่อสู้ป้องกันตัว ใช้เข่ากระแทกบริเวณหว่างขา และชกสวนเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง จนผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บและหลบหนีออกจากห้องพักไป

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรม แต่เบื้องต้นไม่มีใครให้ความสนใจ และภายหลังมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ โดยมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นเหตุเมาสุราอาละวาด ทั้งที่ผู้เสียหายอยู่ในสภาพบาดเจ็บจากการต่อสู้
ด้าน น.ส.วิจิตรา พนักงานโรงแรม เปิดเผยว่า ในตอนแรกเข้าใจว่าทั้งสองเป็นคนรู้จักหรือสามีภรรยากัน กระทั่งผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือและให้เรียกรถพยาบาล จึงทราบว่าเกิดเหตุรุนแรงขึ้นภายในห้องพัก พร้อมยืนยันว่าโรงแรมมีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามปกติ และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมส่งตัวตรวจร่างกาย และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป