พ.ต.อ.สมโภช ทองมูล ผกก.สน.มีนบุรี, พ.ต.ท.อรรณพ สังข์เสน รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี, พ.ต.ท.ประจักษ์ กุลนาพันธ์ สว.สส.สน.มีนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.มีนบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 36 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิ๊ก คีมตัดสายไฟ มีดคัตเตอร์ และกระเป๋าเป้สะพายหลัง หลังจากเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายวัชระ อายุ 48 ปี ได้เข้าแจ้งความว่า ถูกคนร้ายแอบตัดสายไฟยาว 20 เมตร จำนวน 4 เส้น ไปจากบริเวณหน้าบริษัท ยูพีดี โบรคเกอร์ จำกัด ย่านรามอินทรา จนทำให้ระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหาย

เมื่อชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบและไล่กล้องวงจรปิด พบว่าในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.00 น. คนร้ายทั้งสองคนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดทิ้งไว้ใกล้ๆ ก่อนจะเดินย้อนกลับมาตัดสายไฟจนไฟดับ

จากนั้นได้ขนสายไฟใส่ถุงกลับไปยังห้องพักย่านสุเหร่าคลองหนึ่งเพื่อปอกสายไฟ และนำไปตระเวนขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าในซอยพระยาสุเรนทร์ 30 ได้เงินมาจำนวน 4,200 บาท ตำรวจจึงตามแกะรอยจากเส้นทางหลบหนีจนพบรถจักรยานยนต์จอดอยู่หน้าห้องพัก และเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าลงมือจริง โดยอ้างว่าต้องการหาเงินไปใช้หนี้ให้พ่อที่ติดคุกอยู่ในเรือนจำ ส่วนเพื่อนอีกคนอ้างว่าแค่นั่งรถไปเป็นเพื่อนเท่านั้น แต่เมื่อตรวจสอบประวัติกลับพบว่า นายภัทรพลเคยมีคดีลักสายไฟในพื้นที่ สน.คันนายาว มาก่อน ส่วนนายนรินทร์มีประวัติเกี่ยวกับอาวุธปืน

เบื้องต้นตำรวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ และส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า บริษัทที่เกิดเหตุเป็นของมารดาอดีต สส.พรรคเพื่อไทย และผู้เสียหายที่แจ้งความคือมารดาของอดีต สส.ชื่อดังคนดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อปี 2568 บริษัทแห่งนี้เคยถูกคนร้ายปาระเบิดไปป์บอมบ์ใส่สำนักงานมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย


