วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่งานสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ภคพล พลภักดี และ พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายทีเจ โรเบิร์ต หรือ ยังเจ อายุ 22 ปี นักร้องแร็ปเปอร์ชาวอุดรธานี พร้อมพวกอีก 2 คน ได้แก่ นายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร และนายป๊อบอาย (สงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ชาวอุดรธานี หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่ห้องเช่าคู่อริ

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเป็นปืนแบลงค์กันดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยย่อมเล็งเห็นผล ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ร่วมกันยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยผิดกฎหมาย โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.อดุลชัย ขาวขำ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากนายธนากร มณีสอน อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ว่า ถูกนายทีเจ โรเบิร์ต หรือ ยังเจ เจ้าของเพลง ซ้ำรอย ยอดวิว 11 ล้านวิว และเพลง ผู้พัน ยอดวิว 2.8 ล้านวิว พร้อมพวกรวม 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ห้องเช่าภายในซอยน้ำเค็ม ถนนทหาร เขตเทศบาลนครอุดรธานี
ผู้เสียหายให้การว่า นายทีเจได้ลงจากรถพร้อมตะโกนเรียกชื่อ โอม หลายครั้ง เพื่อให้เปิดประตูห้องพัก แต่ตนไม่ยอมเปิด ก่อนที่นายป๊อบอาย ซึ่งนั่งอยู่บริเวณหน้าห้อง จะใช้อาวุธปืนเล็งยิงเข้ามา 1 นัด กระสุนฝังอยู่ที่ผนังห้อง จากนั้นทั้งหมดได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยมีกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าห้องเช่าบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ นายยังเจยังนำคลิปขณะก่อเหตุไปเผยแพร่ลงในโซเชียลมีเดียอีกด้วย

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังชุดสืบสวนออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จนทราบว่า นายยังเจและพวกได้หลบหนีไปกบดานอยู่ภายในห้องพักชั้น 1 ของโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
ขณะเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่พบว่า นายยังเจกำลังเปิดเพลงแร็ปเสียงดังอยู่ภายในห้องพัก นอกจากนี้ยังตรวจยึดของกลางเพิ่มเติม ได้แก่ อาวุธปืนแบลงค์กันดัดแปลง กระสุนปืนขนาด .380 มม. จำนวน 1 นัดที่ฝังอยู่บริเวณผนังห้อง รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ in วันก่อเหตุ ได้แก่ เสื้อคลุมสีแดงและกางเกงขายาวสีดำ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวนที่โรงพัก
จากการสอบสวน นายทีเจ หรือ ยังเจ ซึ่งมีอาการคล้ายคนมึนเมาอยู่ตลอดเวลา ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ชักชวนนายณัฐวุฒิและนายป๊อบอาย ไปก่อเหตุยิงนายโอมจริง โดยระบุว่าตนเองเป็นนักร้องแร็ปเปอร์ และเคยเป็นเพื่อนกับนายโอมมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม อยู่ห้องเดียวกัน รวมทั้งชื่นชอบดนตรีแร็ปและเคยแต่งเพลงร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ได้แยกทางกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งกัน โดยนายโอมไม่พอใจที่ตนมีชื่อเสียงมากกว่า รวมถึงเกิดความบาดหมางจากกรณีที่ตนไปมีความสัมพันธ์กับแฟนของนายโอมต่อหน้าเพื่อน ก่อนที่เรื่องจะถูกนำไปบอกนายโอมจนทั้งสองเลิกคบกัน
นายยังเจอ้างว่า ต่อมานายโอมเคยขว้างระเบิดใส่ตน แต่ระเบิดไม่ทำงาน และมารดาของตนก็ไม่ได้เข้าแจ้งความ จึงเก็บความแค้นเอาไว้
นายทีเจ หรือ ยังเจ เล่าว่า ภายหลังได้ซื้ออาวุธปืนจากคนรู้จักในราคา 22,000 บาท กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 13 มิถุนายน จึงชักชวนเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามไปยังห้องเช่าของนายโอม โดยให้นายป๊อบอายถือปืนยืนอยู่หน้าห้อง ส่วนตนตะโกนเรียกให้ออกมาพบ แต่เมื่อไม่มีการตอบรับ นายป๊อบอายจึงยิงปืนใส่ผนังห้อง 1 นัด และกำลังจะยิงซ้ำอีกนัด แต่กระสุนเกิดขัดลำกล้อง ทำให้ทั้งหมดพากันหลบหนีออกจากพื้นที่
นายยังเจยังกล่าวอีกว่า นายโอมได้ให้มารดาเข้าแจ้งความ ซึ่งตามความเชื่อของกลุ่มแร็ปเปอร์ หากมีการแจ้งความจะถูกเรียกว่า หนู
จากนั้น นายทีเจ หรือ ยังเจ ได้ร้องเพลง ซ้ำรอย ซึ่งมียอดรับชมกว่า 11 ล้านวิว ให้เจ้าหน้าที่ฟังสด ๆ โดยระบุว่าเป็นผู้แต่งเพลงดังกล่าวด้วยตนเอง ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายยังเจและนายณัฐวุฒิ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณหน้าห้องเช่าในซอยน้ำเค็ม ถนนทหาร เขตเทศบาลนครอุดรธานี
ระหว่างการทำแผน นายยังเจมีอาการหวาดระแวง โดยกล่าวหาว่านายธนากรเปิดประตูห้องออกมาถ่ายภาพและแจ้งตำรวจ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ได้พาผู้เสียหายไปอยู่ที่ห้องของพี่สาวซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดเวลา โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 20 นาที ก่อนนำตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายยังเจกล่าวว่า ช่วงแรกที่ถูกจับกุมตนไม่ได้รู้สึกเครียด เพราะไม่ได้เป็นผู้ลั่นไกยิงเอง แม้จะเป็นเจ้าของอาวุธปืนก็ตาม แต่ยอมรับว่าขณะนี้รู้สึกเครียด เนื่องจากถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า พร้อมยืนยันว่าจะไม่ขอโทษนายโอม เพราะเชื่อว่าคู่กรณีเคยขว้างระเบิดใส่ตนก่อน

นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าเคยก่อเหตุถือมีดอาละวาดในจังหวัดหนองคาย และมารดาได้พาไปรักษาด้านจิตเวชที่โรงพยาบาลหนองคาย จนคดีสิ้นสุดลงแล้ว อีกทั้งตนยังมีบัตรผู้ป่วยจิตเวชอยู่ด้วย
นายธนากร หรือ โอม ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ทั้งสองเคยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน และเคยอยู่ทีมแต่งเพลงแร็ปร่วมกันมาก่อน แต่ภายหลังตนแยกตัวไปทำเพลงกับกลุ่มอื่น ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ พร้อมระบุว่า นายยังเจมักโพสต์ข้อความหาเรื่องผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์อยู่เป็นประจำ
ส่วนประเด็นความสัมพันธ์กับอดีตแฟนสาวของตนนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่ตนไม่ได้ติดใจ เนื่องจากเลิกรากันไปแล้ว พร้อมทั้งกล่าวว่า นายยังเจมักโพสต์ข้อความเพื่อยั่วยุให้เกิดความโกรธ ขณะที่ตนไม่เคยมีปัญหากับอีกฝ่าย และแม้นายยังเจจะกล่าวหาว่าตนวิจารณ์ผลงานเพลงของเขา แต่ในความเป็นจริงต่างฝ่ายต่างก็เคยวิจารณ์ผลงานกัน
นายธนากรกล่าวว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นายทีเจ หรือ ยังเจ ซึ่งเป็นนักร้องแร็ปเปอร์ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ให้การรับสารภาพว่า เคยถูกจับกุมจากกรณีอาละวาดในจังหวัดหนองคาย ก่อนที่มารดาจะพาเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลหนองคาย
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังรับว่าเสพสารเสพติดสูตรที่คิดขึ้นเอง โดยผสมยาอี ยาเค กัญชา ยารักษาโรคซึมเศร้า ยาแก้อักเสบ ยาแก้ไข้ และดมแก๊สไนโตรเจนที่บรรจุในลูกโป่ง เพื่อกระตุ้นอารมณ์และช่วยให้แต่งเพลงได้ลื่นไหลมากขึ้น ก่อนนำไปบันทึกคลิปวิดีโอ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แต่ไม่พบสารเมทแอมเฟตามีน จึงส่งตัวอย่างเพิ่มเติมไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อตรวจหาสารเสพติดชนิดอื่นต่อไป
ทั้งนี้ นายยังเจยังมีความเชื่อว่า นักร้องแร็ปเปอร์ที่เคยติดคุก เมื่อพ้นโทษออกมาจะมีชื่อเสียงมากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการฝากเตือนไปยังเยาวชนและวัยรุ่น ไม่ให้หลงเชื่อหรือทดลองใช้สารเสพติดลักษณะดังกล่าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสุขภาพในระยะยาว