วันที่ 23 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ร่วมกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. , กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ นำหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบห้องทั้ง 3 แห่งในคอนโดหรู แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับความร่วมมือจากนิติคอนโดเป็นอย่างดี แต่ว่ากลุ่มคนร้ายก็มีความระมัดระวังตัวเช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปถึงห้องพักกลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดประตูห้อง ซ้ำเจ้าหน้าที่ยังได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาลักษณะมีการวิ่งไปมาภายในห้องคล้ายการพยายามทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่เกรงว่าพยานหลักฐานอาจถูกทำลายจึงตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป

โดยห้องแรก พบผู้ต้องจำนวน 3 ราย และพบโทรศัพท์จำนวน 7 เครื่อง โดยปรากฏหน้าแชทโทรศัพท์ที่ค้างไว้เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) โดยพฤติกรรมขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าห้องมีผู้ต้องหา 1 รายพยายามจะปีนระเบียงหนี และอีก 1 ราย นอนแอบอยู่ในพื้นห้องน้ำชั้นในโดยพยายามส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่นๆ ”สารวัตรแจ๊ะ“ จึงเร่งนำกำลังบุกพังประตูอีก 2 ห้อง (ตามหมายค้น) ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์จำนวน 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง
จากการขยายผลได้พบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา โดยมีแชทการสนทนาหลอกเหยื่อในแอ็พพลิเคชั่น Messenger Facebook , Wechat , Tiktok , Line และ Zalo โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะใช้โปรไฟล์เป็น ชายชาวต่างชาติ ที่มีหน้าตาและหน้าที่การงานดี เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน ทนาย วิศวะกร หมอ ฯลฯ แชทสนทนากับเหยื่อลักษณะหลอกให้หลงรัก ก่อนจะแจ้งว่าได้ส่งพัสดุจากต่างประเทศมาให้แต่ติดด่านศุลกากร ต้องโอนเงินมาให้ โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นหญิงไทยที่สูงวัย และเจ้าหน้าที่ได้พบกับ “สคลิป” แบบต้นฉบับ ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้ในการคุยกับเหยื่อ ซึ่งมีจำนวนมาก (ซึ่งจะนำเปิดเผยต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ)

ที่น่าตกใจคือ “สคลิปแชทเสียว“ โดยจะมีบทพูดเพื่อนำพาเข้าสู่อารมณ์แห่งราคะ โดยเน้นเพื่อให้หญิงสูงวัยได้พบกับความปรารถนาอันเร่าร้อน โดยเจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานลักษณะการหลอกลวงแบบนี้จากข้อมูลในโทรศัพท์ ของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย และจากการตรวจสอบพบว่าล้วนอยู่เกินเวลากำหนด (Overstay) นานแล้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฏหมาย
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหา ทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. / รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องมาจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ (โคเคน)เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้เราพบหลักฐานทั้งแชทการสนทนากับเหยื่อที่กำลังจะถูกหลอก , ระบบ AI เจนเนอเรตใบหน้าปลอมเพื่อตบตาเหยื่อ และสคริปต์จิตวิทยาในการหลอกลวงหญิงไทยในกลุ่มผู้สูงอายุ มีการพัฒนาของมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่รูปโปรไฟล์ปลอมแล้ว แต่ใช้ AI ขยับใบหน้า ทำคลิปวิดีโอคอลปลอม และมีบทพูดหรือสคริปต์จิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจเล่นกับอารมณ์ความเหงา ความรัก และความพึงพอใจของเหยื่อ อยากฝากถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชทมาคุย ชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง แล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการอ้างว่า 'ส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน' ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ห้ามโอนเงินเด็ดขาด และขอขอบคุณนิติบุคคล และทุกท่านที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติงานของเรา“



