หนี 15 ปียังไม่รอด! รวบผู้ต้องหาขืนใจเด็ก สวมรอยเป็นคนอื่นอำพรางตัว
หนี 15 ปียังไม่รอด! รวบผู้ต้องหาขืนใจเด็ก สวมรอยเป็นคนอื่นอำพรางตัว
ข่าวอาชญากรรม

หนี 15 ปียังไม่รอด! รวบผู้ต้องหาขืนใจเด็ก สวมรอยเป็นคนอื่นอำพรางตัว

ฟังข่าวนี้

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายอัครพลฯ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 259/2555 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2555 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภรรยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม สามารถจับกุมได้ที่ บริเวณริมทางสาธารณะ ม. 9 ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

สืบเนื่องจากกันยายน พ.ศ.2555 ผู้เสียหายขณะนั้นอายุเพียง 14 ปี เด็กหญิงเอก (นามสมมุติ) นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อน จากโรงเรียนมุ่งหน้ากลับบ้านพัก แต่ระหว่างทางเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาถึงบริเวณศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ คนร้ายซึ่งได้ดักซุ่มอยู่ได้เข้าไปขัดขวางรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายนั่งโดยสารมา คนร้ายจึงได้ใช้กำลังบังคับขู่เข็ญให้เด็กหญิงเอ ขึ้นมานั่งซ้อนท้ายกับตน ก่อนพาไปยังบ้านพักในพื้นที่ และใช้กำลังบังคับข่มขืนผู้เสียหาย จำนวน 2 ครั้ง จึงพาตัวไปส่งที่บ้านและได้ขู่ว่าอย่านำเรื่องนี้ไปบอกใคร

ต่อมา ผู้เสียหายเกิดความกดดันและเครียด จึงได้รวบรวมความกล้าเล่าเหตุการณ์ให้ครูฟัง ก่อนแจ้งผู้ปกครองเข้าแจ้งความ ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับ นายอัครพลฯ อายุ 42 ปี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้หลบหนี ทั้งอำพรางตัว มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ทำให้คดีนี้เงียบหายไปนาน กระทั่ง กก.3 บก.ป. โดย พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยด่วน เร่งแกะร่องรอยอย่างต่อเนื่อง จนพบเบาะแสสำคัญว่าผู้ต้องหากลับมากบดานในพื้นที่ ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา จนยืนยันแน่ชัดว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับนี้จริงแต่ด้วยผู้ต้องหารายนี้ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ชุดสืบสวนจึงใช้จังหวะเหมาะสมเพื่อเข้าจับกุม เมื่อจับกุมได้ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธแสดงตนเป็นบุคคลอื่นพร้อมยืนยันว่าไม่ใช่บุคคลตามหมายจับ ชุดจับกุมจึงได้แสดงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยืนยันตัวตนกับผู้ต้องหา จนผู้ต้องหายอมจำนนต่อพยานหลักฐานยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าตนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวจริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อนจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ