รวบทรชนวัย 44 ปี ทำร้ายเพื่อนผู้ต้องขังในห้องขัง อ่านประวัติช็อกยิ่งกว่า
รวบทรชนวัย 44 ปี ทำร้ายเพื่อนผู้ต้องขังในห้องขัง อ่านประวัติช็อกยิ่งกว่า
ข่าวอาชญากรรม

รวบทรชนวัย 44 ปี ทำร้ายเพื่อนผู้ต้องขังในห้องขัง อ่านประวัติช็อกยิ่งกว่า

ฟังข่าวนี้

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และพล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.3 บก.ปอศ ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นายเอ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.953/2568 ลงวันที่ 16 กันยายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน  ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณหน้าสถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี ถ.รังสิต - นครนายก ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางปี 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ได้รับแจ้งเหตุชายไทย มีอาการมึนเมาอย่างหนัก ประพฤติตัววุ่นวายและส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชาวบ้านบริเวณท้ายซอยเจริญกรุง 78 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบ นายเอ (นามสมมติ) ในสภาพขาดสติจากการเสพยาเสพติด และตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนหนึ่งในตัว จึงถูกจับกุมและนำตัวไปควบคุมไว้ที่ห้องกักขังเพื่อรอดำเนินคดีตามกฎหมาย ระหว่างที่ นายอารักษ์ฯ ถูกควบคุมตัวร่วมกับผู้ต้องขังรายอื่นภายในห้องขังสถานีตำรวจ เพื่อรอการดำเนินคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองนั้น นายอารักษ์ฯ เกิดอาการคลุ้มคลั่งเนื่องจากฤทธิ์ยาเสพติดจนไม่สามารถครองสติได้ และได้ใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายผู้ต้องขังรายอื่นที่ถูกคุมขังอยู่ภายในห้องเดียวกันอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ภายในห้องขัง จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบหลักฐานมัดตัวชัดเจน ยืนยันว่านายอารักษ์ฯ ก่อเหตุจริง พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ ในเวลาต่อมา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้สืบทราบถิ่นที่อยู่และเข้าทำการจับกุม นายเอ (นามสมมติ) ได้ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัว นายเอ (นามสมมติ) ส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเอ (นามสมมติ) พบพฤติการณ์กระทำผิดซ้ำซาก รวมทั้งสิ้น 15 คดี โดยเริ่มเข้าสู่เส้นทางสายเทา-ดำ  ตั้งแต่วัยเพียง 19 ปี ในปี 2544 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีพัวพันกับยาเสพติดทุกรูปแบบ ทั้งการเสพและครอบครองเพื่อจำหน่ายยาบ้าและยาไอซ์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาทิ สน.วัดพระยาไกร, สน.ยานนาวา และ สภ.ลำลูกกา รวมถึงเคยถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษมาแล้วหลายครั้ง นอกจากนี้ยังมีประวัติใช้ความรุนแรงในคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นพื้นที่ สน.ประชาชื่น เมื่อปี 2550 จนกระทั่งมาก่อเหตุอุกอาจคลุ้มคลั่งทำร้ายเพื่อนผู้ต้องขังจนบาดเจ็บสาหัสในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมอันตรายของอาชญากรอาชีพที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ