หมอเตือนด่วน! ยกเคสผู้ป่วยกินสุกี้ ติดเชื้อไข้หูดับ ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น แม้ไม่กินหมูดิบ ชี้ต้นเหตุจากสิ่งที่คนมองข้าม
หมอเตือนด่วน! ยกเคสผู้ป่วยกินสุกี้ ติดเชื้อไข้หูดับ ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น แม้ไม่กินหมูดิบ ชี้ต้นเหตุจากสิ่งที่คนมองข้าม
สุขภาพ

หมอเตือนด่วน! ยกเคสผู้ป่วยกินสุกี้ ติดเชื้อไข้หูดับ ถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น แม้ไม่กินหมูดิบ ชี้ต้นเหตุจากสิ่งที่คนมองข้าม

ฟังข่าวนี้

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นพ.สุรพันธ์ เจริญธัญรักษ์ อายุรแพทย์​ สาขาทางเดินหายใจและวิกฤติ​บำบัด โรงพยาบาลขอนแก่น โพสต์เฟซบุ๊ก Suraphan Charoentanyarak เตือนภัยสายชาบูปิ้งย่างสุกี้ ให้ระมัดระวังให้ดี หลังพบเคสผู้ป่วยติดเชื้อไข้หูดับจากการกินสุกี้ แม้ไม่ได้กินหมูดิบเลย ซึ่งสาเหตุนั้นเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนอาจจะมองข้าม

โดย คุณหมอ ได้มีการเปิดเผยว่า เป็นเคสผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด่วน ด้วยอาการถ่ายเหลว ความดันโลหิตตก และรุนแรงจนถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น ต้องทำ CPR ปั๊มหัวใจขึ้นมาที่ห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยอยู่ในภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ

ผลการเจาะเลือดเพาะเชื้อ (Hemoculture) พบเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคไข้หูดับ ขึ้นถึง 2 ขวด ซึ่งเป็นการยืนยันว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรงจริง แต่น่าตกใจที่ เมื่อซักประวัติ ผู้ป่วยไม่ได้มีพฤติกรรมกินเนื้อหมูดิบเลย สิ่งเดียวที่พบคือ ผู้ป่วยเพิ่งไปทานสุกี้ร้านดัง ที่มีสาขาหลายแห่งทั่วประเทศ

เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?

คำตอบที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือ การปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination)

เวลาเราไปกินชาบูหรือปิ้งย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ คือ

1. ใช้ตะเกียบหรือที่คีบ อันเดียวกัน คีบหมูดิบลงหม้อ แล้วก็ใช้ตะเกียบอันนั้นคีบหมูสุกเข้าปาก

2. ลวกหมูแบบแกว่ง ๆ ในน้ำซุปที่อาจจะยังไม่เดือดจัด ทำให้เนื้อหมูสุกไม่ทั่วถึง

เชื้อ Streptococcus suis ในหมูดิบนั้นอันตรายเสมอ ไม่ว่าร้านอาหารนั้นจะดูดี เลิศหรู หรือมีสาขาในห้างสรรพสินค้าหรือไม่ก็ตาม หากกระบวนการกินมีการปนเปื้อนข้าม เชื้อก็สามารถเข้าสู่กระบวนการย่อยอาหารและกระแสเลือดได้ และเคสลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่มีให้แพทย์พบเจอในห้องฉุกเฉินและ ICU อยู่เรื่อย ๆ

เพื่อความปลอดภัย เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร?

- สำหรับประชาชน (ผู้บริโภค) : ต้องมีสติทุกครั้งที่ทานอาหารประเภทนี้ กฎเหล็กคือ "ต้องแยกที่คีบหมูดิบ กับตะเกียบที่ใช้กินเข้าปากออกจากกันเด็ดขาด" และเนื้อหมูต้องต้มหรือปิ้งให้สุกจัดเสมอ ไม่กินแบบสุก ๆ ดิบ ๆ

- สำหรับร้านอาหาร/ผู้ประกอบการ : ควรจัดให้มี "ที่คีบเนื้อดิบ" แยกจากตะเกียบรับประทานอย่างชัดเจน (เช่น ใช้ที่คีบคนละสี) ให้เป็นมาตรฐานของร้านทุกโต๊ะ โดยไม่ต้องให้ลูกค้าทวงถาม และควรมีการอบรมพนักงานหรือมีป้ายให้ความรู้เตือนลูกค้าบนโต๊ะอาหาร

- สำหรับหน่วยงานสาธารณสุข : ควรเข้ามามีบทบาทในการควบคุม มาตรฐานความปลอดภัย และรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการหลีกเลี่ยง Cross-contamination ในร้านอาหารประเภทนี้อย่างจริงจังมากขึ้น

เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของร้านใดร้านหนึ่ง แต่เป็น พฤติกรรมการกิน และ ความตระหนักรู้ ที่เราต้องช่วยกันปรับเปลี่ยน เพื่อป้องกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ